Door to Door ระบบจัดการขยะสุดกรีน สู่ไฟฟ้าที่เนเธอร์แลนด์


ถ้าเอ่ยถึงประเทศที่มีระบบการจัดการขยะที่ดีในอันดับต้นๆ ของโลก คงมีรายชื่อของ “เมืองเดลฟ์” ที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ติดโผในนั้นเป็นแน่ เพราะนอกจากบรรยากาศของเมือง ธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวที่ชวนหลงใหลแล้ว เมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยระเบียบวินัยของผู้คนในเมือง และความร่วมมือกันในการจัดการขยะที่ดีมาก ซึ่งอีกหนึ่งระบบที่ถูกนำมาปรับใช้กับเมืองแห่งนี้ เราเรียกมันว่า “Door to Door”


“Door to Door” หากแปลเป็นภาษาไทยแบบตรงตัว คงหมายถึงจากประตูถึงประตู ซึ่งจริงๆ แล้วความหมายของกิจกรรมนี้ไม่คลาดเคลื่อนนัก เพราะเป็นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางประตูบ้าน โดยเริ่มจากภาคประชาชน และร้านค้าต่างๆ ในเมือง โดยจะมีการกำหนดวันและเวลาในการเก็บขยะแต่ละประเภทที่แน่นอนให้กับประชาชน และจะต้องนำขยะที่มีในครัวเรือนออกมาวางไว้หน้าบ้าน เพื่อคัดกรองขยะตามที่เมืองได้แจ้งไว้ โดยปกติขยะทั่วไปจะจัดเก็บในตอนเช้าของวันพุธ ส่วนกระดาษจะจัดเก็บในวันอังคารเช้าทุก 2 สัปดาห์ครั้ง ส่วนขยะพลาสติกและแก้วสามารถแลกคืนได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะมีการแบ่งสีของถังขยะให้เห็นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบที่เป็นแบบเครื่องดูดขยะรวบรวมขยะไว้ใต้ดิน (Pneumatic) เพื่อทัศนียภาพที่สวยงามและลดมลพิษจากขยะในระหว่างการจัดการด้วย


นอกจากนี้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ยังมีตัวเลขชี้วัดประสิทธิภาพของการจัดการขยะที่น่าพึงพอใจ เริ่มจากการรีไซเคิลขยะได้ถึง 80% ซึ่งกระบวนการรีไซเคิลขยะที่ว่านี้สามารถทำให้เนเธอร์แลนด์นำขยะเก่ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้มากถึง 97% ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในประเทศ


เนเธอร์แลนด์ ยังมีมาตรการจัดการขยะภาคครัวเรือนด้วยการเก็บค่าธรรมเนียม หากบ้านไหนไม่แยกขยะก็จะต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งช่วยให้การจัดการขยะในประเทศเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น ส่วนการแปรรูปขยะนำไปทำได้หลายอย่าง เช่น นำขยะเศษอาหารไปเป็นพลังงานชีวภาพใช้กับรถขนขยะ ขยะเหลือใช้ก็แปลงเป็นไฟฟ้าพลังงานสะอาด หรือการนำขยะพลาสติกไปสร้างเลนจักรยานในเมือง Zwolle และเมือง Giethoorn ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน และเรื่องของการลดสภาวะโลกร้อนแล้ว ยังสามารถช่วยให้ชาวเมืองมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย