“เปลือกโกโก้” วัสดุเพื่อโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใหญ่ที่สุดใน“ไอวอรีโคสต์”แอฟริกาตะวันตก


ชีวมวลคือเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่พบได้ทั่วโลก ซี่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามพืชท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งในประเทศไอวอรี่โคสต์ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตชีวมวลที่สิ่งที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหลและนั่นคือของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตโกโก้ นั่นคือ “เปลือกโกโก้”


ไอวอรีโคสต์ ประเทศในแถบแอฟริกาตะวันตกประเทศคือผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่ที่สุดในโลก มากกว่า 40% ของเมล็ดโกโก้ที่ขายอยู่ทั่วโลกล้วนมีต้นกำเนิดจากที่นี่ และนั่นทำให้ “โกโก้” คือพืชท้องถิ่นที่สร้างรายได้หลักให้กับ ไอวอรีโคสต์ แต่สิ่งที่น่าสนใจไปมากกว่าตัวเลขการส่งออก ทั้งจากกระบวนการผลิตโกโก้ สามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลส่วนประกอบสำคัญในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้กับประเทศอีกด้วย


เปลือกของเมล็ดโกโก้ ฝักโกโก้ และของเหลวสีออกเหลืองที่ได้มาในช่วงของการหมัก ซึ่งในอดีตมันมักจะถูกทิ้งไปให้เสียเปล่า ทำให้ปริมาณของเสียที่มาจากโกโก้ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากแนวคิด “การใช้พลังงานสะอาด” ของเสียเหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่ไอวอรีโคสต์ หลังจากโครงการนำร่องประสบความสำเร็จ ไอวอรีโคสต์ได้เริ่มสร้างโรงไฟฟ้า

ชีวมวลซึ่งใช้เปลือกโกโก้แล้ว


เมืองดีโว เมืองที่ผลิตโกโก้ส่วนใหญ่ของประเทศ ที่นี่จะนำส่วนประกอบของเปลือกโกโก้ที่ได้หลังจากการผลิตโกโก้มาเผาเพื่อขับเคลื่อนใบพัดผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงงานชีวมวล ซึ่งโรงไฟฟ้าชีวมวลนี้เพียงแห่งเดียวจะสามารถรองรับความต้องการไฟฟ้าของผู้คนได้มากถึง 1.7 ล้านคน


ไอวอรีโคสต์ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมาอยู่ที่ 42% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 28% ภายในปี 2030 ในประเทศที่ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมเช่นการใช้เปลือกโกโก้อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้


นอกจากการผลิตพลังงานหมุนเวียนแล้ว ยังหวังว่า การเปลี่ยนเปลือกโกโก้ให้กลายเป็นพลังงานจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรปลูกโกโก้ราว 600,000 คนของไอวอรีโคสต์ด้วย


พลังงานสะอาดกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้คุณภาพชีวิตของชาวไอวอรี่โคสต์ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในหลายด้าน ทั้งเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้เพิ่มจากที่มีอยู่ ที่สำคัญคือประเทศเล็กๆ แห่งนี้มีไฟฟ้าพลังงานสะอาดใช้ เพิ่มโอกาสมากมายให้ผู้คนได้รับรู้ข่าวสารมากขึ้น มีความรู้มากขึ้นอีกด้วย


ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_6485980