3 ประเภทเตาเผาขยะ (INCINERATION)สำหรับผลิตไฟฟ้า


“INCINERATION” เทคโนโลยีจัดการขยะแบบแยกส่วน เพื่อประสิทธิภาพการจัดการขยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดถูกนำไปใช้จัดการขยะในหลายประเทศทั่วโลก และเตาเผาที่นิยมใช้กันมี 3 ประเภทด้วยกันนั่นคือ เตาเผาแบบตะกรับ เตาเผาแบบฟลูอิดไดส์เบด และ เตาเผาแบบควบคุมการเผาไหม้ ซึ่งแต่ละเตาจะทำงานด้วยอุณหภูมิที่ต่างกัน และมีประสิทธิภาพที่ต่างกันด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามกลไกและปัจจัยหลักในการกำจัดสารอันตรายโดยเฉพาะ Dioxins และ Furans ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง


1. เตาเผาแบบตะกรับ หรือ Stoker-Fired เป็นเตาเผาที่มีการใช้งานมากที่สุดในขณะนี้ มีประสิทธิภาพในการเผาขยะได้มากกว่า 6 ตันต่อชั่วโมงหรือ 150 ตันต่อวัน รูปแบบการเผาขยะมูลฝอยจะถูกป้อนเข้าไปในเตาเผาแล้วเคลื่อนตัวไปตามการเคลื่อนที่ของแผงตะกรับโดยมีอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้เป่าเข้าทางด้านล่างของตะกรับ ก๊าซร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้จะไหลขึ้นด้านบนแล้วไปแลกเปลี่ยนความร้อนในเครื่องกำเนิดไอน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า ขยะมูลฝอยส่วนที่เผาไหม้แล้วจะเคลื่อนตัวตามตะกรับแล้วตกออกมาจากเตาเผาเป็นขี้เถ้าซึ่งสามารถนำไปฝังกลบได้ วิธีการเผาใช้อากาศมากเกินพอ (Excess Air) และอาจใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเสริมในการเผาไหม้ด้วย อุณหภูมิในเตาเผาประมาณ 850-1,200 องศาเซลเซียส ก๊าซร้อนจะไหลขึ้นด้านบนพร้อมกับนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไป


2. เตาเผาแบบฟลูอิดไดส์เบด หรือ Fluidized Bed Incinerator เป็นเตาเผาที่มีอัตราการถ่ายเทความร้อนค่อนข้างสูง และมีการถ่ายเทมวลขยะที่ดีมาก การควบคุมอุณหภูมิภายในก็ทำได้ง่าย หลักการทำงานของฟลูอินไดส์เบดก็คือ การทำให้สภาพของขยะภายในเครื่องลอยตัวได้เหมือนของไหล และใช้ตัวกลางเป็นทรายแม่น้ำทำหน้าที่ผสมคลุกเคล้าไปกับชิ้นส่วนของขยะ ซึ่งจะทำให้ค่าความร้อนอยู่ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา เตาเผาประเภทนี้ใช้อุณหภูมิประมาณ 850-1,200 องศาเซลเซียสในการเผาและเหมาะกับปริมาณขยะมูลฝอยขนาด 1-5 ตันต่อชั่วโมง หรือ 25-100 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นที่นิยมรองลงมา


3. เตาเผาแบบควบคุมการเผาไหม้ หรือ Controlled-Air Incinerator เป็นเตาเผาที่แบ่งการเผาไหม้เป็น 2 ขั้นตอน ในขั้นแรกซึ่งเกิดขึ้นในห้องเผาไหม้แรก จะควบคุมการเผาไหม้ขยะมูลฝอยในสภาวะไร้อากาศหรือใช้อากาศค่อนข้างน้อย (Starved Air) ที่อุณหภูมิประมาณ 450 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์แต่จะเป็นก๊าซเชื้อเพลิงและไหลเข้าไปเผาไหม้ในห้องเผาไหม้ที่สอง ในสภาวะอากาศมากเกินพอ (Excess Air) และอาจใช้น้ำมันเชื้อเพลิงด้วย อุณหภูมิในเตาเผาประมาณ 1,000-1,200 องศาเซลเซียส เตาเผาประเภทนี้ใช้กับขยะมูลฝอยที่มีปริมาณน้อย คือ ไม่เกิน 1 ตันต่อชั่วโมงหรือ 10 ตันต่อวัน


แม้ว่าการกำจัดขยะด้วย Incineration จะทำได้รวดเร็วและสามารถประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลายทาง แต่ก็ยังถือว่ามีต้นทุนในการก่อสร้างค่อนข้างสูง บางระบบก็ยังมีความซับซ้อนมากจนสามารถใช้ได้แค่ในวงการที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีการพัฒนานวัตกรรมดีๆ แบบนี้ต่อ ตราบใดที่ยังเกิดปัญหาเรื่องขยะ เราก็ยังคงต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อมาจัดการ ซึ่งแท้จริงแล้ววิธีการจัดการที่ดีที่สุด คือการไม่ผลิตขยะ หรือการรู้จักแยกขยะด้วยตัวเอง ตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชนต้นทาง ส่วนที่เหลือเท่านั้นที่จะนำมาสู่กระบวนการเผา เพื่อผลิตเป็นไฟฟ้าพลังงานสะอาดต่อไป ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้น ตามเจตนารมณ์ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน