top of page

จับตา 5 ประเด็นเดือด ที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก❗️


👉ทุกวันนี้กระแสรักษ์โลกมาแรง ส่งผลให้มีการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งในนโยบาย 4D1E ของกระทรวงพลังงาน ในด้าน ELECTRIFICATION ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษทางอากาศ และลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลให้น้อยลง โดยในปี 2566 นี้ ในวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็มีความเคลื่อนไหวที่ชวนให้จับตามองความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรถยนต์ในระดับโลก ที่เริ่มหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้าที่ปลดปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้น🥰


1. เทรนด์การใช้รถยนต์ EV จะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2023 ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถยนต์เชิงพาณิชย์ โดย Bloomberg ได้คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์แบบปลั๊กอินจะพุ่งไปแตะ 14 ล้านคันภายในปี 2023 โดยประกอบไปด้วยรถที่ใช้ไฟฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์มากถึง 75% ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรถยนต์ประเภทส่วนบุคคล แต่ภาคส่วนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ อย่างรถบัส และรถตู้ขนของ รวมถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ก็จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน โดยนิตยสาร Forbes คาดการณ์ว่า ในปี 2030 ราคารถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าจะถูกกว่าที่ใช้น้ำมันดีเซลถึง 50% เลยทีเดียว!

ปัจจุบันมีรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 27 ล้านคันวิ่งบนถนนทั่วโลก และภายในปลายปี 2023 นี้ ตัวเลขจะพุ่งทะลุ 40 ล้านคัน แต่ถึงกระนั้นเอง ตัวเลขนี้ก็ยังนับเป็นเพียงแค่ 3% ของจำนวนรถยนต์ทุกประเภททั่วโลก แต่นี่คือก้าวกระโดดก้าวสำคัญในวงการ รถยนต์ EV เพราะหากมองย้อนไปเมื่อปลายปี 2020 รถยนต์ EV มีจำนวนเพียงแค่ 1% ของรถยนต์ทุกประเภททั่วโลกเท่านั้น และทำให้เห็นได้ว่า รถยนต์ EV นับเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานที่รวดเร็วที่สุด


2. ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน พุ่งแซงเจ้าตลาดเดิมจากอเมริกา ปัจจุบันจีนกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางด้านยอดขายรถยนต์ EV อีกครั้งกับยอดขายรถบนต์ EV ส่วนบุคคล กว่า 8 ล้านคันถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินสนับสนุนจากภาครัฐอีกต่อไปก็ตาม ในส่วนของสหรัฐฯ นั้นจะพบว่า ด้วยยอดขายรถยนต์ EV กว่า 1.6 ล้านคันในปี 2023 สหรัฐฯ ก็จะยังคงตามหลังยุโรปอยู่ แต่ช่องว่างของตัวเลขระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปกำลังเริ่มลดลงเรื่อยๆ โดยอัตราการเติบโตของยอดขายในยุโรปจะอยู่ในระดับกลางๆ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กำลังรอให้มีการกวดขันเข้มงวดบังคับใช้กฎควบคุมการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2025 ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ทางฝั่งจีนก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเข้ามาสู่การแข่งขันกับตลาดยุโรปและสหรัฐฯ อย่างดุเดือด โดยทำยอดได้ถึง 10% ของตลาดรถยนต์ EV เลยทีเดียว


3. กลุ่มสตาร์ตอัปและผู้ผลิตหน้าใหม่ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจะหดหายลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากการระดมทุนทำได้ยาก จึงคงเหลือแต่ผู้ผลิตรายใหญ่ที่ได้เปรียบกว่าทั้งในเรื่องของชื่อเสียงแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่น และส่วนแบ่งการตลาดที่มีมากกว่า รวมถึงเม็ดเงินลงทุนก็กำลังไหลบ่าเข้าสู่ธุรกิจสถานีชาร์จรถไฟฟ้าและบริการที่เกี่ยวข้อง ทำให้กลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ได้เปรียบกว่ากลุ่มสตาร์ตอัปหรือกลุ่มบริษัทที่เพิ่งเข้ามาเป็นผู้เล่นใหม่ในอุตสาหกรรมผู้ผลิตรถไฟฟ้านั่นเอง และถึงแม้ว่าการควบรวมบริษัทจะเป็นประเด็นร้อนในปีนี้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใดๆ ต่อการปรับตัวไปสู่การใช้รถยนต์ EV บริษัทที่แข็งแกร่งก็จะผ่านพ้นปี 2023 ไปได้ด้วยดี


4. จับตาบิ๊กเซอร์ไพรส์ของปี 2022 ที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ผ่านร่างกฎหมาย Inflation Reduction Act ถือเป็นการลงทุนด้านพลังงานสะอาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อต่อสู้กับสภาวะโลกรวน โดยเน้นที่การลดการปล่อยคาร์บอน และปูทางให้ผู้บริโภคหันมาใช้พลังงานสะอาด คาดว่าจะช่วยหนุนให้สหรัฐฯ เดินทางมาถึงเป้าหมายการปรับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% จากระดับของปี 2005 ให้สำเร็จภายในปี 2030 อีกทั้งยังอาจช่วยโน้มน้าวให้ประเทศอื่นๆ ร่วมดำเนินการไปด้วยกันได้ อาทิ จีน คู่แข่งรายสำคัญของสหรัฐฯ และยังเป็นชาติที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดในโลก


5. ยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์จากทั่วโลก เริ่มหันมาใช้รถบรรทุกและรถตู้พลังไฟฟ้า เพื่อการปลดปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ยอดขายของรถตู้และรถบรรทุกที่ปลดปล่อยมลพิษเป็นศูนย์จะยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะแตะระดับ 570,000 คันทั่วโลกภายในปี 2023 โดยประเทศจีนตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางด้านยอดขายรถบรรทุกและรถตู้พลังงานไฟฟ้าต่อไป โดยทำยอดขายได้เป็น 2 เท่าของจำนวนยอดขายในทวีปยุโรป เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งตลาดที่เราต้องเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยอดขายรถยนต์ EV เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ทำได้ถึง 25% ของตลาดถึงแม้ว่านโยบายการสนับสนุนเงินช่วยเหลือจะหมดไปแล้วก็ตาม


อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ อาจจะกลายมาเป็นตลาดหลักสำหรับรถตู้และรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านๆ มา สหรัฐฯ ทำยอดขายได้ต่ำมากๆ ก็ตาม แต่ตอนนี้ก็เริ่มสังเกตเห็นได้ถึงสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น จำนวนการสั่งซื้อรถบรรทุกและรถตู้ไฟฟ้าล็อตใหญ่จากหลากหลายบริษัท รวมถึงบริษัทผู้ผลิตรถก็ได้เริ่มทยอยส่งมอบรถเป็นที่เรียบร้อย ในขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาโครงการชาร์จไฟฟ้าพลังงานสูงสำหรับรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ และสถานีชาร์จที่พร้อมเปิดให้บริการในปี 2023

ปฐมบทแห่งความเปลี่ยนแปลงของวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า กำลังเริ่มสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อขับเคลื่อนอนาคตใหม่ให้โลกใบนี้ปลอดภัย ไร้มลพิษ เพราะใครไม่ Change แต่ Climate Change แน่นอน 🌏🍀


ที่มาข้อมูล :

https://www.erc.or.th/th/energy-articles/2730

https://thestandard.co/inflation-reduction-act/


#คนบันดาลไฟ #คนบันดาลไฟ2023 #ใครไม่ChangeClimateChange

#เปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #พลังงานสะอาด #กกพ #cleanenergyforlife



Comments


bottom of page